Skip to Content
ภาพประกอบที่ปรึกษากับผู้ประกอบการหารือแฟ้มงานวางระบบ ขณะที่ช่างทำงานกับคอมพิวเตอร์และมีทีมช่วยเหลือในฉากสมมติ

TFRS 15 กับโครงการวางระบบ รับรู้รายได้เมื่อไร

เดินห้าขั้นจากคำสัญญาและสิทธิในงาน ไปถึงราคาที่จัดสรรและจังหวะรับรู้รายได้
19 ตุลาคม ค.ศ. 2026 โดย

ภาพปกเป็นภาพประกอบงานวางระบบสมมติที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่สัญญาหรือหน้าจอลูกค้าจริง

บริษัทวางระบบออกใบแจ้งหนี้เงินล่วงหน้า 300,000 บาทและเก็บเงินได้แล้ว เดือนนั้นควรมีรายได้ 300,000 บาทหรือไม่ คำตอบยังขึ้นกับสิ่งที่บริษัทส่งมอบให้ลูกค้า ไม่ได้จบที่ใบแจ้งหนี้หรือยอดเข้าธนาคาร ผมจะใช้สัญญาสมมติหนึ่งฉบับเดินให้เห็นว่าคำตอบมาจากตรงไหน

TFRS 15 ใช้การโอนการควบคุมสินค้าหรือบริการที่สัญญาไว้เป็นหลักในการรับรู้รายได้ วิธีคิดห้าขั้นเริ่มจากสัญญา แยกภาระที่ต้องปฏิบัติ หาราคาของรายการ จัดสรรราคา แล้วพิจารณาว่าลูกค้าได้รับสิ่งที่สัญญาเมื่อไร การรับเงิน การวางบิล และการรับรู้รายได้จึงมีเวลาเกิดต่างกันได้ [ภาพรวม IFRS 15 จาก IFRS Foundation]

กรณีนี้สมมติกิจการใช้ TFRS ฉบับเต็มและสัญญาอยู่ในขอบเขต TFRS 15 ไม่ใช่ข้อสรุปว่า SME ทุกแห่งต้องใช้แบบเดียวกัน กิจการที่ใช้ มาตรฐานสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ต้องพิจารณากรอบของตนก่อน ไม่เลือกเกณฑ์จากคนละกรอบมาปะปนเฉพาะรายการที่ทำให้กำไรดีขึ้น

สัญญาของทีมระบบพร้อมมีอะไรอยู่ข้างใน

“ทีมระบบพร้อม” เป็นบริษัทผู้วางและเชื่อมโยงระบบ (SI) สมมติที่ปรับระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) เดิมของโรงงาน และให้บริการพร้อมช่วยเหลือหลังส่งมอบ งานวางระบบใช้เดือนที่ 1 ถึง 3 ส่วนบริการดูแลใช้เดือนที่ 4 ถึง 15 รวม 12 เดือน ราคาสัญญา 1,200,000 บาท ตัวอย่างนี้ไม่รวมการขายต่อสิทธิใช้ซอฟต์แวร์ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย โบนัสปรับราคา การแก้สัญญา หรือผลขาดทุนด้านเครดิต เพื่อให้เห็นการรับรู้รายได้กับการชำระเงินชัดก่อน

ราคาที่ขายแยกให้ลูกค้าได้ตามสมมติฐานคือ งานวางระบบ 1,000,000 บาท และบริการดูแล 500,000 บาท รวม 1,500,000 บาท ราคาขายแยกนี้เป็นข้อมูลตั้งต้นของกรณีศึกษา ไม่ใช่ราคาอ้างอิงตลาดของผู้เขียนหรือผู้ให้บริการรายใด

คนสองคนคุยหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงงาน และมีเจ้าหน้าที่สวมหูฟังที่โต๊ะอีกด้าน
ภาพประกอบสมมติที่สร้างด้วย AI งานวางระบบกับบริการดูแลแยกเป็นสองภาระในกรณีนี้เพราะข้อเท็จจริงของสัญญา ไม่ใช่เพราะมีคนสองทีมหรือมีสองชื่อรายการ

เดินห้าขั้นโดยเริ่มจากคำสัญญาที่ต้องทำจริง

ห้าขั้นเป็นลำดับการวิเคราะห์ ไม่ใช่ห้าเอกสารที่มีครบแล้วรับรู้รายได้ได้ทันที
ขั้นคำถามที่ต้องตอบข้อเท็จจริงที่ใช้ในตัวอย่าง
1 ระบุสัญญากับลูกค้าข้อตกลงและสิทธิหน้าที่เข้าเกณฑ์ที่จะใช้มาตรฐานหรือไม่สมมติคู่สัญญาอนุมัติสิทธิ งาน และเงื่อนไขชำระที่ชัดเจน และผ่านเกณฑ์สัญญารวมถึงการเก็บค่าตอบแทน
2 ระบุภาระที่ต้องปฏิบัติลูกค้าได้รับอะไร และคำสัญญาใดแยกจากกันได้งานวางระบบที่รวมกิจกรรมติดตั้งและปรับแต่งเข้าด้วยกันหนึ่งภาระ และบริการพร้อมช่วยเหลือภายหลังอีกหนึ่งภาระ
3 กำหนดราคาของรายการกิจการคาดมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเท่าไรราคาแน่นอน 1,200,000 บาทภายใต้ข้อยกเว้นของตัวอย่าง ไม่รวมภาษีที่เก็บแทนรัฐ
4 จัดสรรราคาแต่ละภาระควรได้รับค่าตอบแทนส่วนใดใช้สัดส่วนราคาขายแบบเอกเทศ 1,000,000 ต่อ 500,000 บาท
5 รับรู้เมื่อปฏิบัติตามภาระโอนการควบคุมเมื่อใด และวัดผลงานอย่างไรงานวางระบบเข้าข้อรับรู้ตลอดช่วงเวลาตามข้อเท็จจริงด้านการควบคุม ส่วนดูแลรับรู้ตามบริการพร้อมช่วยเหลือที่ส่งต่อสม่ำเสมอ

รายละเอียดห้าขั้นในตารางนำมาใช้กับสมมติฐานของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อความสัญญามาตรฐานสำหรับทุกงาน จุดที่ทำให้คำตอบเปลี่ยนได้มากคือขั้นที่ 2 กับ 5 จึงควรตรวจให้ถึงเนื้อหาการส่งมอบก่อนคำนวณตารางรายได้

สองชื่อบริการไม่ได้แปลว่าสองภาระเสมอไป

การแยกภาระต้องดูทั้งว่าลูกค้าได้ประโยชน์จากสิ่งนั้นเองหรือร่วมกับทรัพยากรที่หาได้ และว่าคำสัญญาแยกได้ภายใต้บริบทของสัญญา การตั้งราคาแยกยังไม่พอ หากผู้ให้บริการต้องรวมงานที่พึ่งพากันอย่างมากเพื่อส่งมอบระบบเดียว อาจต้องรวมเป็นภาระเดียว [TFRS 15 ย่อหน้า 27 และ 29]

ในตัวอย่าง งานวิเคราะห์ ติดตั้ง และปรับแต่งที่รวมกันเป็นระบบพร้อมใช้ถือเป็นงานวางระบบหนึ่งภาระ ไม่แยกทุก milestone เป็นภาระเพิ่ม ส่วนการดูแลเริ่มหลังระบบใช้ได้ ลูกค้าได้รับประโยชน์จากระบบที่ส่งมอบแล้วโดยไม่ต้องซื้อการดูแลจากทีมนี้ต่อ และการดูแลไม่ได้เปลี่ยนงานวางระบบให้เป็นผลผลิตที่ต้องบูรณาการร่วมกันใหม่ จึงสมมติให้แยกบริการดูแลได้

หากโครงการจริงต่างออกไป เช่น สิ่งที่ส่งมอบแต่ละช่วงยังใช้ประโยชน์แยกไม่ได้หรือมีการปรับแต่งที่เชื่อมกันมาก ต้องกลับไปประเมินใหม่ การมีรายการ “ติดตั้ง” “อบรม” และ “ดูแล” บนใบเสนอราคาไม่ได้บังคับให้บัญชีต้องนับเป็นสามภาระ

จัดสรรส่วนลดตามฐานเดียวกัน

หน่วยบาท สมมติไม่มีเหตุให้ใช้ข้อยกเว้นการจัดสรรส่วนลดเฉพาะภาระ
ภาระราคาขายแบบเอกเทศสัดส่วนรายได้ที่จัดสรร
วางระบบ1,000,0002 ใน 3800,000
ดูแล 12 เดือน500,0001 ใน 3400,000
รวม1,500,000100%1,200,000

งานวางระบบได้ราคา 1,200,000 × 1,000,000 ÷ 1,500,000 = 800,000 บาท ส่วนบริการดูแลได้ 400,000 บาท แม้ฝ่ายขายจะเรียกว่าบริการแถม ก็ยังอาจได้รับส่วนจัดสรรหากเป็นภาระที่แยกได้ตามข้อเท็จจริง การหารตามราคาขายแบบเอกเทศจึงไม่ใช่การนำราคาในใบแจ้งหนี้แต่ละงวดมาวางแทนรายได้

วางระบบ

800,000 บาท

2 ใน 3 ของราคาสัญญา

บริการดูแล

400,000 บาท

1 ใน 3 ของราคาสัญญา

จำนวนสมมติที่จัดสรรตามราคาขายแยกยังไม่บอกว่าจะรับรู้ทั้งหมดในวันใด ต้องพิจารณาการโอนแต่ละภาระต่อ

เหตุใดงานนี้จึงรับรู้ตลอดช่วงเวลา

ตัวอย่างเลือกใช้ข้อ 35(ข) ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างหรือเพิ่มคุณค่าให้สินทรัพย์ที่ลูกค้าควบคุมขณะงานเกิดขึ้น ไม่ได้เลือกเพราะโครงการใช้สามเดือนหรือแบ่งวางบิลสามงวด หากไม่เข้าเกณฑ์รับรู้ตลอดช่วงเวลา ต้องพิจารณาจุดที่โอนการควบคุมแทน [TFRS 15 ย่อหน้า 35]

ข้อเท็จจริงที่กำหนดไว้คือ ลูกค้าควบคุมระบบ ERP เดิมที่บริหารเอง สัญญาให้สิทธิในงานปรับแต่งและส่วนที่ใช้งานได้แก่ลูกค้าตั้งแต่สร้างขึ้น ลูกค้ากำกับการใช้และรับประโยชน์จากงานระหว่างทำ และมอบหมายผู้รับจ้างรายอื่นให้ทำต่อได้เมื่อสัญญาจบลง ข้อตกลงนี้ต่างจากการได้เพียงบัญชีเข้าเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการหรือบริการ SaaS ที่ผู้ขายยังควบคุมสินทรัพย์หลัก

เมื่อเข้าหลักตลอดช่วงเวลาแล้ว ยังต้องเลือกวิธีวัดความก้าวหน้าที่สะท้อนผลงาน ตัวอย่างสมมติต้นทุนวางระบบรวมที่คาดไว้ 600,000 บาท ต้นทุนที่เกิดและสะท้อนผลงานจริงเดือนแรก 150,000 บาท เท่ากับ 25% จึงรับรู้รายได้วางระบบ 25% ของ 800,000 = 200,000 บาท ไม่ใช่เงินล่วงหน้า 300,000 บาท

เดือนที่สองเกิดต้นทุนอีก 300,000 บาท ทำให้ต้นทุนสะสม 450,000 บาทหรือ 75% รายได้สะสมจึง 600,000 บาท หักที่รับรู้ไปแล้ว 200,000 บาท เหลือรายได้เดือนสอง 400,000 บาท เดือนสามทำส่วนที่เหลือสำเร็จ รับรู้อีก 200,000 บาท รวม 800,000 บาท กรณีนี้สมมติไม่มีความสูญเสียผิดปกติหรือวัสดุที่ยังไม่สะท้อนการโอนมาทำให้เปอร์เซ็นต์สูงเกินจริง และประมาณการต้นทุนไม่เปลี่ยน

บริการดูแลเป็นการพร้อมช่วยเหลือสม่ำเสมอตลอดเดือนที่ 4 ถึง 15 จึงรับรู้ 400,000 ÷ 12 หรือประมาณ 33,333.33 บาทต่อเดือนในตัวอย่าง หากลักษณะบริการไม่สม่ำเสมอ ต้องเลือกวิธีที่สะท้อนการให้บริการจริง ไม่ใช้เส้นตรงเพราะคำนวณง่ายเพียงอย่างเดียว

รายได้แต่ละภาระเกิดขึ้นคนละช่วง

  • สีพลัม งานวางระบบ 800,000 บาท: เดือน 1–3
  • สีเขียว บริการดูแล 400,000 บาท: เดือน 4–15
  • แกนนอน เดือนนับจากเริ่มสัญญา
  • แกนตั้ง รายได้ในเดือนนั้น หน่วยล้านบาท
กรณี SI สมมติ หน่วยล้านบาทต่อเดือน: งานวางระบบรับรู้ 0.20, 0.40 และ 0.20 ในเดือน 1–3 รวม 0.80; บริการดูแลเดือน 4–15 เดือนละ 1/30 ล้านบาท รวม 0.40 จังหวะรับรู้รายได้อิงการโอนงานตามเงื่อนไขในบทความ ส่วนกำหนดชำระเงินแสดงต่างหาก
ดูสิ่งที่ส่งมอบ ก่อนดู
งวดเงิน
กำหนดรายได้จากเนื้อหางาน
เงื่อนไขเรียกเก็บเงินกับหลักฐานการโอนสินค้าหรือบริการตอบคำถามคนละเรื่อง

สัญญา 15 เดือน ต้องปรับเรื่องการจัดหาเงินหรือไม่

ต้องดูช่วงระหว่างสิ่งที่โอนกับเงินที่ตกลงจ่ายสำหรับสิ่งนั้น ไม่ตัดสินจากอายุสัญญารวม ในกรณีสมมตินี้กำหนดเงื่อนไขชำระตั้งแต่เริ่มดังตาราง และคาดว่าจะเก็บตามวันครบกำหนดทั้งหมด

หน่วยบาท เดือนหมายถึงเดือนสัมพัทธ์ของสัญญา การเก็บเงินจริงในแบบจำลองตรงกำหนด ไม่ใช่หนี้ค้างชำระ
รับเงินเดือนจำนวนสิ่งที่เงินงวดนี้ชำระช่วงห่างที่คาดสูงสุด
1300,000งานวางระบบเดือน 1 จำนวน 200,000 และบางส่วนของเดือน 2 จำนวน 100,0001 เดือน
4500,000วางระบบที่เหลือของเดือน 2 จำนวน 300,000 และเดือน 3 จำนวน 200,0002 เดือน
4100,000บริการดูแลเดือน 4 ถึง 62 เดือน
16300,000บริการดูแลเดือน 7 ถึง 159 เดือน

เพราะ ณ วันเริ่มสัญญาคาดว่าช่วงห่างระหว่างการโอนกับการจ่ายสำหรับแต่ละส่วนไม่เกินหนึ่งปี กรณีนี้จึงเลือกใช้ข้อผ่อนปรนในย่อหน้า 63 และไม่ปรับองค์ประกอบการจัดหาเงินในแบบจำลอง ไม่ใช่ข้อสรุปว่าโครงการวางระบบทุกสัญญาไม่ต้องพิจารณาดอกเบี้ย หากลูกค้าจ่ายช้ากว่าที่ตกลงจริง ต้องตรวจความเสี่ยงเครดิตและผลตามกรอบบัญชีที่ใช้แยกจากการประเมินเงื่อนไขเดิม

ข้อควรระวังสำหรับคนทำ SI และ Odoo Partner

งานบริการของบริษัทเองกับการขายต่อสิทธิหรือบริการของผู้อื่นอาจมีบทบาทต่างกัน ต้องดูว่ากิจการควบคุมสิ่งที่สัญญาไว้ก่อนส่งต่อลูกค้าหรือทำหน้าที่จัดหาให้ การเป็น “พาร์ตเนอร์” ผู้รับเงิน หรือผู้มีชื่อออกใบแจ้งหนี้ไม่ตัดสินว่าต้องแสดงรายได้ขั้นต้นหรือเฉพาะค่าธรรมเนียมสุทธิทุกกรณี ธุรกิจเดียวอาจมีบทบาทต่างกันในคนละคำสัญญา [ข้อพิจารณาผู้ขายต่อซอฟต์แวร์จาก IFRS Interpretations Committee]

นี่เป็นเหตุผลที่กรณี 1.2 ล้านบาทแยกการขายต่อสิทธิออกไว้ก่อน ส่วนสัญญาที่มีเงินรางวัล ส่วนลดตามผลงาน คำขอแก้ขอบเขต หรือสิทธิยกเลิก ต้องวิเคราะห์ผลต่อราคาและการรับรู้เพิ่ม อย่านำตารางนี้ไปใช้โดยคงยอดรายได้ไว้แล้วเปลี่ยนเพียงชื่อโครงการ

สำหรับโครงการจริง ผมจะเริ่มจากแนบรายการคำสัญญา สิทธิในงานระหว่างทำ ราคาขายแยก หลักฐานความก้าวหน้า และสิทธิเรียกเก็บเงินให้ทีมบัญชีพิจารณาร่วมกันก่อนตั้งตารางรายได้ การทำให้เอกสารห้าชุดนี้สอดคล้องกันมีประโยชน์กว่าการกำหนดว่าออกใบแจ้งหนี้เมื่อไรแล้วให้บัญชีเดินตาม

แหล่งทางการตรวจ ณ 18 ตุลาคม 2569 ตาม ชุดมาตรฐานที่ใช้กับรอบบัญชีที่เกี่ยวข้อง ตัวเลขและสิทธิในสัญญาเป็นสมมติฐานเพื่อการเรียนรู้ ข้อสรุปจริงต้องดูสัญญา ข้อเท็จจริงการควบคุม และกรอบรายงานของกิจการ

แชร์บทความ

FacebookX
# MBA
ภาพประกอบผู้ประกอบการกับผู้วิเคราะห์อ่านแฟ้มในโรงงานสมมติ โดยมีเครื่องเก่ากับงานผลิตที่ยังดำเนินอยู่
อ่านคุณภาพกำไร ก่อนใช้ตัวเลขไปประเมินมูลค่าบริษัท
แยกกำไรที่รายงาน รายการที่เกิดซ้ำ และต้นทุนที่ยังต้องจ่าย ด้วยกรณีโรงงานสมมติ