Skip to Content
ภาพประกอบเจ้าหน้าที่แยกแฟ้มและถาดเอกสารคนละประเภทในสำนักงานโรงงานสมมติ ไม่ใช่หลักฐานรายการรับเงินจริง

รายได้เกิดแล้ว เงินสดอยู่ที่ไหน จากลูกหนี้ถึง FCFF

ตามรายได้ สิทธิเรียกเก็บ และเงินรับรายเดือน แล้วเชื่อมกำไรดำเนินงานกับเงินสดที่เหลือหลังลงทุน
19 ตุลาคม ค.ศ. 2026 โดย

ภาพปกเป็นภาพประกอบการแยกเอกสารสมมติที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่รายการบัญชีหรือหลักฐานรับเงินของกิจการจริง

เดือนที่สองของโครงการ ทีมทำงานจนรับรู้รายได้สะสม 600,000 บาท แต่เก็บเงินมาเพียง 300,000 บาท เงินอีกครึ่งหายไปไหน คำตอบอาจยังไม่ใช่ลูกหนี้ค้างชำระ เพราะสิทธิเรียกเก็บเงินบางส่วนยังขึ้นกับเงื่อนไขที่ต้องทำต่อ ผมอยากตามทั้งงาน สิทธิ และเงินไปพร้อมกัน ก่อนสรุปว่ากำไรแปลงเป็นเงินสดได้ดีหรือไม่

รายได้ การวางบิล และการรับเงินเป็นคนละเหตุการณ์ รายได้อิงการปฏิบัติตามคำสัญญา ลูกหนี้อิงสิทธิรับชำระที่ไม่มีเงื่อนไขอื่นนอกจากเวลา ส่วนเงินสดเกิดเมื่อเก็บได้จริง การอ่านสามเรื่องนี้ร่วมกันช่วยอธิบายว่าทำไมกิจการมีกำไรแต่ยังต้องหาเงินหมุน

ตอนนี้ใช้สองกรณีสมมติของชุด “จากรายได้ถึงมูลค่าบริษัท” บริษัทผู้วางและเชื่อมโยงระบบ (SI) “ทีมระบบพร้อม” ใช้อธิบายสัญญาและเงินรับ ส่วนโรงงานชิ้นส่วนใช้อธิบายกำไรกับเงินลงทุน ตัวเลขเป็นแบบจำลองคนละกิจการ จึงไม่เอาลูกหนี้โครงการ SI มาหักเงินสดโรงงานอีกครั้ง ทั้งหมดใช้หน่วยบาท เว้นแต่ตารางระบุเป็นล้านบาท

ก่อนดูตัวเลข ต้องรู้สิทธิที่แต่ละยอดแทน

ภายใต้ TFRS 15 สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเป็นสิทธิจากสิ่งที่โอนไปแล้วแต่ยังมีเงื่อนไขนอกเหนือจากเวลา ต่างจากลูกหนี้ที่สิทธิเหลือเพียงรอเวลา ส่วนหนี้สินที่เกิดจากสัญญาสะท้อนค่าตอบแทนที่รับหรือมีสิทธิเรียกเก็บก่อนโอนสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่หนี้ธนาคาร [TFRS 15 ย่อหน้า 105 ถึง 108]

จึงไม่ควรตั้งกฎว่า “ยังไม่ออกใบแจ้งหนี้ให้เป็นสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเสมอ” ถ้าสิทธิรับเงินไม่มีเงื่อนไขแล้ว อาจเป็นลูกหนี้แม้เอกสารยังไม่ถูกออก ต้องดูสัญญาและสิ่งที่ทำจริง กรณีต่อไปนี้ตั้งใจให้วันวางบิลตรงกับวันที่สิทธิเรียกเก็บไม่มีเงื่อนไข เพื่อไม่ปะปนประเด็นนั้น

เจ้าหน้าที่สองคนเทียบสมุดภาพเครื่องจักร แฟ้ม และกระดาษแผ่นเล็กที่แยกกันบนโต๊ะ
ภาพประกอบสมมติที่สร้างด้วย AI ใช้แทนการติดตามเหตุการณ์คนละประเภท ไม่ใช่แบบฟอร์มหรือหลักฐานยืนยันสิทธิตามสัญญา

สัญญา 1.2 ล้านบาทเดินอย่างไรตั้งแต่งานแรกถึงเงินงวดสุดท้าย

ทีมระบบพร้อมปรับระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่ลูกค้าควบคุมอยู่เดิมในเดือนที่ 1 ถึง 3 แล้วให้บริการดูแลสม่ำเสมอเดือนที่ 4 ถึง 15 ราคาสัญญา 1,200,000 บาท จัดสรรให้วางระบบ 800,000 บาทและดูแล 400,000 บาทตามราคาขายแยก 1,000,000 ต่อ 500,000 บาท ตัวอย่างสมมติว่างานวางระบบเข้าเกณฑ์โอนตลอดช่วงเวลาเพราะเพิ่มคุณค่าให้สินทรัพย์ที่ลูกค้าควบคุมขณะงานเกิดขึ้น พร้อมสิทธิในผลงานระหว่างทำ ไม่ได้สรุปจาก milestone หรือสิทธิล็อกอินเพียงอย่างเดียว

ต้นทุนที่สะท้อนผลงานวางระบบเท่ากับ 150,000 บาท 300,000 บาท และ 150,000 บาทในสามเดือน จากต้นทุนรวมที่ประมาณไว้ 600,000 บาท รายได้วางระบบแต่ละเดือนจึง 200,000 บาท 400,000 บาท และ 200,000 บาท บริการดูแลส่วนที่เหลือรับรู้เดือนละหนึ่งในสิบสองของ 400,000 บาทตามสมมติฐานบริการสม่ำเสมอ

เงื่อนไขชำระให้วางบิลล่วงหน้า 300,000 บาทเดือนที่ 1 และรับเดือนนั้น วางบิลอีก 600,000 บาทเดือนที่ 3 ครบกำหนดและรับเดือนที่ 4 แล้ววางบิลสุดท้าย 300,000 บาทเดือนที่ 15 ครบกำหนดและรับเดือนที่ 16 กรณีนี้ไม่มีการจ่ายล่าช้า ไม่มีลูกหนี้ตั้งต้น ใบลดหนี้ เงินรับก่อนสิทธิเรียกเก็บ อัตราแลกเปลี่ยน หรือผลขาดทุนเครดิต และตัดภาษีออกจากแบบจำลอง

การวิเคราะห์องค์ประกอบจัดหาเงินก็แยกทำแล้วในกรณีนี้ โดยจับคู่แต่ละงวดกับส่วนบริการที่ชำระ ณ วันเริ่มสัญญาคาดว่าช่วงห่างสูงสุดเก้าเดือน จึงเลือกใช้ข้อผ่อนปรนย่อหน้า 63 ไม่ได้ถือว่าสัญญา 15 เดือนสั้นกว่าหนึ่งปี รายละเอียดการจับคู่และการประเมินสองภาระอยู่ในตอน TFRS 15 ของชุดนี้

ยอดสะสมและยอดคงเหลือปลายเดือน หน่วยบาท ไม่รวมภาษี และเป็นสัญญาเดียวตามสมมติฐานข้างต้น
เดือนรายได้สะสมสิทธิเรียกเก็บสะสมเงินรับสะสมลูกหนี้สินทรัพย์สัญญาหนี้สินสัญญา
1200,000.00300,000.00300,000.000.000.00100,000.00
2600,000.00300,000.00300,000.000.00300,000.000.00
3800,000.00900,000.00300,000.00600,000.000.00100,000.00
4833,333.33900,000.00900,000.000.000.0066,666.67
5866,666.67900,000.00900,000.000.000.0033,333.33
6900,000.00900,000.00900,000.000.000.000.00
7933,333.33900,000.00900,000.000.0033,333.330.00
8966,666.67900,000.00900,000.000.0066,666.670.00
91,000,000.00900,000.00900,000.000.00100,000.000.00
101,033,333.33900,000.00900,000.000.00133,333.330.00
111,066,666.67900,000.00900,000.000.00166,666.670.00
121,100,000.00900,000.00900,000.000.00200,000.000.00
131,133,333.33900,000.00900,000.000.00233,333.330.00
141,166,666.67900,000.00900,000.000.00266,666.670.00
151,200,000.001,200,000.00900,000.00300,000.000.000.00
161,200,000.001,200,000.001,200,000.000.000.000.00

ตารางคำนวณจากจำนวนที่ยังไม่ปัดเศษ แล้วปัดแสดงยอดสะสมแต่ละช่องเป็นสองตำแหน่ง บริการรายเดือนเท่ากับ 100,000 ÷ 3 บาท ไม่ใช่ 33,333.33 บาทพอดี หากนำจำนวนรายเดือนที่ปัดแล้วมาบวก 12 เดือนจะขาด 0.04 บาท จึงไม่ใช้ผลบวกดังกล่าวแทนยอดสะสมจากแบบจำลอง และไม่อ้างว่าตารางนี้เป็นสมุดรายวันบันทึกเงินจริง

รายได้ ใบเรียกเก็บ และเงินสดไม่ได้เดินพร้อมกัน

  • เส้นทึบ / วงกลม รายได้สะสม
  • เส้นประยาว / สี่เหลี่ยม สิทธิเรียกเก็บที่ไม่มีเงื่อนไขสะสม
  • เส้นประจุด / สามเหลี่ยม เงินรับสะสม
  • แกนนอน เดือน 1–16; แกนตั้งเป็นล้านบาทสะสม
กรณี SI สมมติ หน่วยล้านบาทสะสม ณ สิ้นเดือน: รายได้ สิทธิเรียกเก็บที่ไม่มีเงื่อนไข และเงินรับเป็นคนละเหตุการณ์ เส้นเชื่อมช่วยอ่านจุดสิ้นเดือน ไม่ได้กำหนดจังหวะภายในเดือน เดือน 16 รับเงินส่วนที่เหลือ 0.30 โดยไม่มีรายได้เพิ่ม ตัวเลขคำนวณจากค่าก่อนปัดเศษ

สามจุดที่ช่วยแยกงานค้างจากเงินค้าง

เดือนที่ 2 รายได้สะสม 600,000 บาทสูงกว่าสิทธิเรียกเก็บสะสม 300,000 บาท จึงมีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา 300,000 บาท สมมติสิทธิในส่วนเกินยังขึ้นกับ milestone ตามข้อตกลง ไม่ใช่เพียงรอเวลา ตัวเลขนี้ควรตามกับหลักฐานการส่งมอบและเงื่อนไขที่เหลือ ไม่ตามทวงเหมือนใบแจ้งหนี้เกินกำหนดโดยอัตโนมัติ

เดือนที่ 3 เกิดลูกหนี้ 600,000 บาทที่ครบกำหนดเดือนถัดไป ขณะเดียวกันมีหนี้สินที่เกิดจากสัญญา 100,000 บาท เพราะสิทธิเรียกเก็บสะสม 900,000 บาทมากกว่ารายได้สะสม 800,000 บาท การมีลูกหนี้กับหนี้สินที่เกิดจากสัญญาพร้อมกันจึงเกิดขึ้นได้ ยอดแรกบอกสิทธิรับเงิน ส่วนยอดหลังบอกงานที่ยังต้องโอนสำหรับสิ่งที่เรียกเก็บแล้ว

เดือนที่ 16 รับเงิน 300,000 บาทโดยไม่มีรายได้ใหม่ เพราะบริการครบไปในเดือนที่ 15 แล้ว เงินที่รับตัดลูกหนี้ลงเป็นศูนย์ หากมองเฉพาะบัญชีธนาคารแล้วลงเป็นรายได้ซ้ำ จะทำให้ทั้งรายได้และกำไรคลาดเคลื่อน

งานที่โอนไปแล้ว

รายได้สะสม 800,000 บาท ณ เดือนที่ 3

เงินรับแล้ว

300,000 บาท ณ วันเดียวกัน

ส่วนต่าง 500,000 บาท

ลูกหนี้ 600,000 บวกสินทรัพย์สัญญา 0 หักหนี้สินสัญญา 100,000

สมการของกรณีสมมติเดียวกันคือรายได้สะสมหักเงินรับสะสม เท่ากับลูกหนี้บวกสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาหักหนี้สินที่เกิดจากสัญญา ภายใต้ข้อยกเว้นที่ระบุ ไม่ใช่สูตรแทนการประเมินสิทธิทุกสัญญา

นำข้อมูลนี้ไปคุมเงินหมุนอย่างไร

สำหรับผู้จัดการโครงการ ผมจะขอให้รายงานความก้าวหน้าแยกจากสถานะวางบิล แล้วมีผู้รับผิดชอบยืนยันเงื่อนไขเรียกเก็บที่ยังขาด เช่น เอกสารส่งมอบหรือสิทธิที่รออีกเหตุการณ์ ทีมบัญชีจะเห็นว่ารายได้ส่วนใดมีหลักฐานรองรับ ส่วนทีมเก็บเงินรู้ว่ารายการไหนถึงกำหนดแล้ว

หากสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาโตต่อเนื่อง ต้องถามว่างานเดินเร็วกว่างวดเงินตามแผน หรือมีสิทธิที่ยังไม่แน่นอนและเอกสารส่งมอบติดค้าง หากลูกหนี้โต ต้องดูอายุหนี้ เงื่อนไขเครดิต และการรับเงินจริงภายหลัง สองกรณีนี้อาจมีสาเหตุและผู้แก้ต่างกัน ไม่ควรรวมเป็น “ยอดขายยังไม่ได้เงิน” ก้อนเดียว

ในโรงงาน เงินหมุนยังไปอยู่ในสินค้าคงเหลือและถูกชดเชยบางส่วนด้วยเจ้าหนี้ดำเนินงาน การเติบโตที่ต้องสต็อกเพิ่มและให้เครดิตนานขึ้นจึงใช้เงิน แม้อัตรากำไรยังดูดี เงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงานที่ใช้ประเมินควรนิยามให้ชัดว่าเก็บสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานใดบ้าง โดยแยกเงินสดกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยออก

จากกำไรดำเนินงานไปสู่ FCFF ของโรงงาน

เมื่อประเมินกิจการทั้งส่วนของเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้น มักใช้กระแสเงินสดอิสระของกิจการ หรือ FCFF เป็นฐาน เริ่มจากกำไรดำเนินงานหลังภาษีตามสมมติฐาน บวกค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายที่ไม่ได้จ่ายเงินในงวด แล้วหักรายจ่ายลงทุนกับเงินที่ต้องเติมในทุนหมุนเวียน สูตรนี้ต้องสอดคล้องกับขอบเขตการดำเนินงานและการจัดประเภทหนี้ [Damodaran เรื่องการวัดกระแสเงินสด]

หน่วยล้านบาท ปีฐานสมมติ อัตราภาษี 20% เป็นสมมติฐานแบบจำลอง ไม่ใช่คำแนะนำภาษีของกิจการจริง
ขั้นคำนวณจำนวนความหมาย
กำไรดำเนินงานหลังปรับเพื่อวิเคราะห์3.00ฐานก่อนดอกเบี้ยและภาษีจากตอนคุณภาพกำไร
หักภาษีดำเนินงานสมมติ−0.603.00 × 20% สมมติไม่มีผลขาดทุนสะสมหรือความต่างภาษีที่ต้องปรับ
กำไรดำเนินงานหลังภาษี หรือ NOPAT2.40ยังไม่หักดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้
บวกค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย+1.00รายการไม่ใช่เงินสดที่หักในกำไรแล้ว
หักรายจ่ายลงทุน−1.20ทั้งส่วนรักษาสภาพและรองรับกิจกรรมตามแผน
หักทุนหมุนเวียนดำเนินงานที่เพิ่ม−0.40เงินสุทธิที่ผูกเพิ่มในรายการดำเนินงาน ไม่รวมเงินสดกับหนี้ดอกเบี้ย
FCFF ปีฐาน1.80เงินจากแบบจำลองก่อนกระแสเงินกู้และการจ่ายให้ผู้ถือหุ้น ไม่ใช่เงินสดปลายปีในธนาคาร

โรงงานมีประมาณการหนี้สินรับประกันสินค้าจากงานปกติ 1 ล้านบาท สมมติค่าใช้จ่ายคาดหมายอยู่ในกำไร และเงินจ่ายกับการเปลี่ยนภาระอยู่ในทุนหมุนเวียนตามแผนแล้ว ส่วนค่าปิดสายการผลิต 0.5 ล้านบาทจ่ายครบในปีฐาน ไม่มีเงินค้างซ่อนอยู่ จึงไม่ละทิ้งภาระและไม่หักประมาณการทั้งก้อนซ้ำอีกครั้งเมื่อคำนวณมูลค่าส่วนผู้ถือหุ้น

จากกำไรดำเนินงาน 3 ล้าน
1.8 ล้าน
FCFF ปีฐานสมมติ
หน่วยบาท ผลหลังภาษี รายการไม่ใช่เงินสด รายจ่ายลงทุน และทุนหมุนเวียนตามตาราง ไม่ใช่กำไรสุทธิหรือเงินสดที่แบ่งได้ทันที

จุดที่หักเงินซ้ำหรือทำให้เงินสดดูเกินจริง

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) บวกค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายกลับเข้าฐานกำไร แต่ยังไม่บอกว่าต้องซื้อเครื่องทดแทน ลงทุนระบบ หรือเพิ่มเงินหมุนเท่าไร ธุรกิจที่มี EBITDA สูงอาจเหลือเงินสดน้อยเมื่อจำเป็นต้องลงทุนต่อ ค่าเสื่อมไม่ใช่เงินจ่ายในงวดก็จริง แต่สินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพยังต้องมีแผนจัดการ

หากเริ่มจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน หรือ CFO ที่ปรับเรื่องทุนหมุนเวียนแล้ว อย่าหักการเพิ่มทุนหมุนเวียนซ้ำเพียงเพราะเห็นสูตร FCFF อีกแบบหนึ่ง ต้องดูด้วยว่า CFO ชุดนั้นจัดดอกเบี้ยและภาษีไว้ตรงไหนก่อนปรับให้เป็นกระแสเงินสดของกิจการ ส่วนค่าใช้จ่ายด้อยค่าที่ถูกบวกกลับใน CFO แล้วก็ไม่ควรบวกอีกจากตารางปรับกำไร

สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์ รายจ่ายพัฒนาหรือได้มาซึ่งสัญญาที่บันทึกเป็นสินทรัพย์ต้องตรวจเกณฑ์บัญชีที่ใช้จริง แต่ไม่ว่าบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์ เงินที่ต้องลงทุนเพื่อหารายได้ก็ยังต้องอยู่ในแบบจำลองอย่างสอดคล้องกัน ไม่ถือว่าซอฟต์แวร์ใช้ทุนน้อยเพียงเพราะงบแสดงต้นทุนบางส่วนต่างจากโรงงาน

ผมจะขอดูรายงานที่เชื่อมการส่งมอบ สิทธิเรียกเก็บ และเงินรับเป็นรายสัญญา พร้อมแผนลงทุนและทุนหมุนเวียนของกิจการ หากยังอธิบายส่วนต่างไม่ได้ จะยังไม่ใช้กำไรหรือ EBITDA คูณราคาแล้วเรียกว่านั่นคือมูลค่าที่เงินสดรองรับ

แหล่งข้อมูลตรวจ ณ 18 ตุลาคม 2569 ตัวเลขเป็นตัวอย่างที่คำนวณภายใต้เงื่อนไขเฉพาะและปัดแสดงผลเท่านั้น ไม่ใช่งบจริง คำวินิจฉัยสัญญา หรือการประเมินบริษัทใด

แชร์บทความ

FacebookX
# MBA
ภาพประกอบที่ปรึกษากับผู้ประกอบการหารือแฟ้มงานวางระบบ ขณะที่ช่างทำงานกับคอมพิวเตอร์และมีทีมช่วยเหลือในฉากสมมติ
TFRS 15 กับโครงการวางระบบ รับรู้รายได้เมื่อไร
เดินห้าขั้นจากคำสัญญาและสิทธิในงาน ไปถึงราคาที่จัดสรรและจังหวะรับรู้รายได้