มงคลชีวิต ข้อที่ 28 เป็นผู้ว่าง่าย

วันนี้มีปัญหาเรื่องการทำงาน และเราก็มี conflict กันกับรุ่นน้อง เพราะอาจจะเป็นมุมมองที่ไม่เหมือนกัน (มองคนละด้าน)
ก็เลยมีการ protect ตัวเองและโยนความผิดให้อีกฝ่าย ผมมองว่า conflict เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรจะมองว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย เพราะมันไม่มีใครถูกใครผิด หลายๆสิ่งผมอยากสอนและบอกเค้า แต่ทุกครั้งที่สอนหรือแนะนำ จะโดนโต้แย้ง เหมือนว่าชีวิตเค้าไม่เคยไม่มีอะไรสมบูรณ์
พอถึงตรงนี้ก็เลยลองมาย้อนกลับมาดูธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดูว่า พระองค์เองสอนคนมากมาย ทั้งเทวดาและมนุษย์ เพราะองค์ทรงสอน พูดตรัส หรือเลือกลักษณะคนว่าง่ายไว้ยังไงบ้าง

อันนี้เป็นกลอนที่คัดมาจากเว็บ ธรรมะไทย
ควรเป็นคน สอนง่าย ไม่ตายด้าน
ก่อรำคาญ ค่ำเช้า ไม่เข้าไหน
ไม่ซัดโทษ ของตน ให้คนใด
เมื่อมีใคร สอนพร่ำ ให้นำมา.

สำหรับมงคลชีวิตข้อที่ 28 เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย มีดังนี้

ท่านว่าผู้ว่าง่ายนั้นมีลักษณะที่สังเกตได้ดังนี้คือ

๑.ไม่พูดกลบเกลื่อนเมื่อได้รับการว่ากล่าวตักเตือน คือการรับฟังด้วยดี ไม่ใช่แก้ตัวแล้วปิดประตูความคิดไม่รับฟัง

๒.ไม่นิ่งเฉยเมื่อได้รับการเตือน คือการนำคำตักเตือนนั้นมาพิจารณาและแก้ไขข้อบกพร่องนั้นๆ

๓.ไม่จับผิดผู้ว่ากล่าวสั่งสอน คือการที่ผู้สอนอาจจะมีความผิดพลาด เนื่องจากความประมาท เราควรให้อภัยต่อผู้สอน เพราะการจับผิดทำให้ผู้สอนต้องอับอายขายหน้าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีงาม

๔.เคารพต่อคำสอนและผู้สอน คือการรู้จักสัมมาคารวะต่อผู้ทำให้คำสอน และเคารพในสิ่งที่ผู้สอนได้นำมาแนะนำ

๕.มีความอ่อนน้อมถ่อมตน คือไม่แสดงความยะโส ถือตัวว่าอยู่เหนือผู้อื่นเพราะสิ่งที่ตัวเองเป็นตัวเองมี

๖.มีความยินดีต่อคำสอนนั้น คือยอมรับในคำสอนนั้นๆ ด้วยความยินดีเช่นการไม่แสดงความเบื่อหน่ายเพราะเคยฟังมาแล้ว เป็นต้น

๗.ไม่ดื้อรั้น คือการไม่อวดดี คิดว่าของตัวเองนั้นผิดแต่ก็ยังดันทุรังทำต่อไปเพราะกลัวเสียชื่อ เสียฟอร์ม

๘.ไม่ข้ดแย้ง เพราะว่าการว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนนั้นก็คือ สิ่งที่ตรงข้ามกับที่เราทำอยู่แล้ว เราควรต้องเปิดใจให้กว้างไม่ขัดแย้งต่อคำสอน คำวิจารณ์นั้นๆ

๙.ยินดีให้ตักเตือนได้ทุกเวลา คือการยินดีให้มีการแสดงความคิดเห็น ตักเตือนได้โดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องเวลา

๑๐.มีความอดทนต่อการเป็นผู้ถูกสั่งสอน คือการไม่เอาความขัดแย้งในความเห็นเป็นอารมณ์ แต่ให้เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของผู้สอนนั้น

การทำให้เป็นคนว่าง่ายนั้นทำได้ดังนี้

๑.ลดมานะของตัว คือการไม่ถือดี ไม่ถือตัว ความไม่สำคัญตัวเองว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ อาทิเช่นถือตัวว่าการศึกษาดีกว่าเป็นต้น

๒.ละอุปาทาน คือการไม่ยึดถือในสิ่งที่เรามี เราเป็น หรือถือมั่นในอำนาจกิเลสต่างๆ

๓.มีสัมมาทิฏฐิ คือมีปัญญาที่เห็นชอบ การเห็นถูกเห็นควรตามหลักอริยสัจ ๔ เชื่อเรื่องความไม่เที่ยง เชื่อในเรื่องบุญเรื่องบาปเป็นต้น

มงคลชีวิต ข้อที่ 28 เป็นผู้ว่าง่าย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *