“เมาเพศ หมดราคา เมาสุรา หมดสำคัญ เมาการพนัน หมดตัว เมาเพื่อนชั่ว หมดดี ” หลักการทำงาน 10 ประการ อ่อนน้อมถ่อมตน ประสานมิตร ผูกไมตรี มีสติ มั่นคงไม่หวั่นไหว ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทำงานด้วยความรอบครอบ กิจกรรมกลุ่มแนบแ่น่น มุ่งมั่นประกาศธรรม เป็นอยู่ต่ำ กระทำอย่างสูง ทำงานโดยไม่หวัง ไม่เอา ไม่เป็น ยกประโยชน์ให้พระธรรม พึงทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อเป็นธรรมทานให้กับตัวเอง credit mthai board Share on Facebook
หลังจาก IPHONE หายที่ ที่เพิ่งตัดสินใจซื้อมาไม่ถึงเดือนและก็การเลิกลาของคนรัก ชีวิตผมเหมือนไม่มีอะไรดีๆเลย (ก็จริงนั่นแหละ) แต่ถ้ามองดูอีกมุมก็ได้ข้อคิดอะไรดีๆหลายๆอย่างเลย ได้รู้ซึ้งถึงการสูญเสีย การจากลาซึ่งหลายคนบอกว่าเรียนรู้จากคนอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยการลองด้วยตัวเอง ครับถูกต้องแล้วครับถ้าไม่จำเป็นอย่าทั้งสองอย่างนั่นแหละ ฮ่าๆ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องรู้จักมองหาสิ่งดีๆที่ได้จากมันและขอบคุณที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วอะไรคือสิ่งที่ผมได้จากทั้งสองอย่างนี้ ผมก็พยายามคิดหาสิ่งดีๆอยู่จนเมื่อวันหนึ่งผมได้ยินเสียง “ที่ร้านหนังสือ” ผมหยิบหนังสือขึ้นมาหลังจากเลือกไปสักพัก ผมพูดกับเพื่อนคนนั้นว่าผมกำลังสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ใช่ครับ คุณค่ามีสองแบบสำหรับผม “คุณค่าภายนอก” และ “คุณค่าภายใน” คุณค่าภายนอกคือการที่เราพยายามหาสิ่งที่มีคุณค่ามาทำให้เราดูมีคุณค่า อย่างกระเป๋าที่ดูดีมีราคาแพงดูมีคุณค่า เมือมาอยู่กับเราเราก็อาจจะดูดี ดูมีคุณค่าสำหรับคนที่เห็นคุณค่า มีโทรศัพท์หรูๆ ดูมีกระตังค์ เป็นคนทันสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราดูมีคุณค่าได้จริงตามสิ่งของที่มีคุณค่าเหล่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่มันหายไป เราก็หมดคุณค่าไปพร้อมกับมัน เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นคุณค่าภายนอกมันหายได้ หมดไปได้ไม่ยั่งยืน ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป ซึ่งต่างจากคุณค่าภายในที่มันออกมาจากภายใน มันมาจากการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง การทำตัวเองให้มีคุณค่า เป็นกฏเกณธรรมดา ของมีค่าคนย่อมเป็นที่หมายปองเป็นที่อยากได้ของคนที่เห็นคุณค่าอยู่นั่นเอง แม้ที่คนรักที่จากกันไปแล้ว มีหรือเค้าจะไม่ได้อยากได้สิ่งที่มีค่า สิ่งที่ทรงคุณค่ากว่า จงสร้างคุณค่าของตัวเองเพื่อตัวเองและคนที่เห็นคุณค่า ^^ Share on Facebook
อย่างที่บอก คนประสบความสำเร็จก็เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ มีอะไรที่แตกต่างกันทางกายภาพบ้างหรือไม่ ไม่เลยเค้าก็คงต้องนอน ต้องกิน เหมือนๆกัน แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ หัวใจและความคิด จินตนาการและความฝัน นั่นเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าแต่ละคนมีไม่เหมือนกันและเป็นแรงผลักดันภายใน ( Underlying) ผมเป็นคนนึงล่ะที่มีฝัน แต่เข้าใจว่าไม่เหมือนคนอื่นตรงที่ ฝันผมเป็นฝันที่เพ้อเจ้อเลื่อนลอย มีพี่ที่เคารพเคยพูดไว้ว่า การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ต้องมีระยะเวลาเป็นเครื่องประกอบ มันคือใช่เลยผมจะพยายามไม่คิดอะไรเลอะเลือนและไกลไป สิ่งที่ควรจะคิดและทำคือหนึ่งมองปัจจุปัน ฝันให้ไกล ฝันทีละอย่าง ทำไปทีละอย่าง คงไม่มีวันพรุ่งนี้ให้เราต้องรอคอยอีกต่อไปถ้าเพียงเราทำวันนี้ให้มันดีที่สุดเท่าที่กำลังความสามารถเรามี ถ้าวันนี้ทำไม่เต็มที่แล้วพรุ่งนี้มันจะรู้สึกถึงความสำเร็จได้อย่างไร Share on Facebook
เมื่อคืนนี้ตั้งใจทำอะไรบางอย่าง ระหว่างเริ่มต้น ท่ามกลางรู้สึกมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน อะไรที่ไม่เคยเป็นก็เป็นแต่พอผ่านมันมาได้แล้วรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และรักษาคุณค่าตัวเองไว้ได้ทีเดียว อะไรๆมันลงตัวมาก การอธิษฐานจิต Share on Facebook